:: Home :: :: News :: :: Biography :: :: Discography :: :: New Gallery :: :: Memory :: :: Web Board :: :: Links ::

         
  SENSE :: Sight , Taste , Smell , Hearing , Touch  
     
 

SENSE การรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5
ความรู้สึกที่บอกว่า "ใช่" จากข้างใน
นำพาพวกเขาไปค้นพบวิธีการทำงานในแบบเฉพาะที่ลงตัวที่สุด
และได้ผลงานที่ "ใช่" ที่สุดในแบบของ Potato

" อัลบั้มนี้ พวกเราคิดร่วมกัน พอทำออกมาแล้ว ถ้าเรารู้สึกเหมือนๆกันว่าใช่
ก็แปลว่านี่แหละทางของเรา .. Sense มันบอก "
 
     
  Sight (รูป : Potato ที่เห็นและเป็นอยู่)  
     
  จากจุดเริ่มต้นจนมาถึงอัลบั้มที่ 4 ปั๊บ บ๋อม โอม วิน ในนามของวง POTATO ในวันนี้ ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่รักการร้องเพลงและเล่นดนตรีเท่านั้น หากแต่พวกเขาค่อยๆเติบโตเป็นคนดนตรีที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น และมี Team Work ที่เหนียวแน่น แข็งแรง พร้อมๆ กับได้หยั่งรากลึกลงในใจคนฟังเพลงรุ่นใหม่ด้วยเพลงที่บ่งบอกตัวตนความเป็น POTATO ซึ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ถ้า POTATO คือคนคนหนึ่ง เขาก็ดูจะเป็นคนจริงจังกับชีวิตแต่ไม่เคร่งเครียด ไม่วางฟอร์ม และพร้อม
ที่จะทำให้คนรอบๆตัวรู้สึกได้ถึงความจริงใจผ่านบุคลิกสบายๆของพวกเขา ก็เหมือนกับเพลงในอัลบั้มนี้ที่บ่งบอกว่าพวกเขากำลังเติบโตขึ้นพร้อมๆกับมุมมองชีวิตที่กว้างขึ้น ออกไปมองโลกข้างนอก สังเกตผู้คนอื่นๆมากขึ้น

11 เพลงในอัลบั้ม เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Producer คือ ฟองเบียร์ และ ทีฆทัศน์ ทวิอารยกุล
กับสมาชิกทั้ง 4 ของ POTATO โดยเป็นฝีมือการเขียนคำร้องของปั๊บ 4 เพลง ทำนองของวิน 1 เพลง
ทำนองของ POTATO 2 เพลง และเรียบเรียงโดย POTATO 6 เพลง

- VOCAL :: PUP PATCHAI PUKDEESUSUK
อัลบั้มนี้ นอกเหนือจากการร้องเพลงที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ปั๊บยังรับหน้าที่เขียนคำร้องเองถึง 4 เพลงและเป็นครั้งแรกที่ได้เขียนเพลงช้า เพลง "เข้าทาง"

- DRUMS :: BOM SUWATIN W.VITUKUL
ลูกกลองที่เป็นเอกลักษณ์ของ POTATO วันนี้ หนักแน่นและแม่นยำขึ้น พร้อมอวดลวดลายใหม่ๆที่น่าสน
ใจ เพื่อไม่ให้ย่ำอยู่กับที่ และสร้างเส้นทางที่กว้างไกลให้ตัวเอง

- GUITAR :: WIN RATANAPOL KENGRIEN
สร้างสีสันใหม่ให้อัลบั้มด้วยทางคอร์ดที่แปลกหูแต่น่าฟัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถที่พัฒนาขึ้นของวิน ที่สำคัญพลง "ถ้าพรุ่งนี้ฉันทำไม่ได้" เป็นเพลงแรกในชีวิตที่วินแต่งทำนองเอง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า วันนี้..เขาทำได้

- BASS :: OME PIYAWAT ANUGOOL
ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยชั้นเชิงที่เพิ่มเติมขึ้นจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก นอกจากนี้โอมยังเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงให้กับปั๊บโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

 

 
     
    Taste (รส : รสชาติของชีวิต ยิ่งกว่า "มัน")  
     
  ก่อนจะมาถึงวันนี้ POTATO ก็ไม่ต่างจากคนตามฝันทุกคน เคยล้มลุกคลุกคลาน ผ่านอุปสรรคทั้งที่มาจาก
ภายนอกและในใจของตัวเอง แต่เพราะรสชาติของความสนุก-ความสุขที่ได้เล่นดนตรีซึ่งไม่มีอะไรมาทดแทนได้ พวกเขาไม่เคยเลิกล้มความตั้งใจ เสียงโห่และถ้อยคำดูถูกเป็นเหมือนรสชาติขมๆที่ปะปนเข้ามาในช่วงหนึ่งของชีวิต แต่มันกลับกลายเป็นยาดี ที่ผลักดันให้พวกเขาฮึดสู้ พยายามฝึกด้วยตัวเอง ฟังมากขึ้น สังเกตมากขึ้น เรียนรู้จากคนเก่งๆ บางครั้งใช้วิธีครูพักลักจำ ทดลองเล่นสไตล์ใหม่ๆเพื่อค้นหาทางของตัวเอง เก็บประสบการณ์จากทุกเวทีมาใช้ โดยเฉพาะจากกว่า 600 ทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ รวมทั้งทุ่มเทให้กับการซ้อมอย่างเต็มที่

ห้องซ้อม จุดเริ่มต้นของ SENSE
ห้องซ้อมชั่วโมงละ 180 บาท เคยเป็นสถานที่สำคัญซึ่งนอกจาก POTATO จะใช้เป็นที่รวมตัวฝึกฝีมือแล้ว ก็ยังมีเพลงหลายเพลงที่พวกเขาแต่งขึ้นในห้องซ้อมนี้ จนกระทั่งบ๋อมทำห้องซ้อมขึ้นที่บ้านของตัวเอง ตั้งแต่นั้น พวกเขาก็ขลุกอยู่ที่นี่ตลอดจนงานเป็นรูปเป็นร่าง อัด Demo แล้วส่งให้ Producer ฟัง

ปรุงทำนอง แต่งคำร้อง
วิธีการทำงานที่ POTATO ค้นพบด้วยตัวเองตั้งแต่อยู่ในห้องซ้อม ก็คือการทำงานแบบแจมกัน ร่วมกันคิดช่วยกันปรุงให้กลมกล่อม แต่ละคนกับเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ประกอบขึ้นมาเป็นทำนอง บางครั้งเกิดจากการลองเล่นคอร์ดป็นท่อนสั้นๆ แล้วแตกออกมาจนเต็มเพลง บางครั้งก็เกิดจากการฮัมทำนอง เมื่อตัวโน้ตรวมกับความรุ้สึกที่อยู่ในทำนองก็เกิดเป็น "คำ" ที่ร้องออกมาจากอารมณ์สดๆตรงนั้น นั่นคือ Key Word ที่มักจะกลายมาเป็น Theme หรือใจความหลักของเพลง ซึ่งปั๊บจะรับหน้าที่ไปเติมให้ครบทั้งเพลง

"เริ่มต้นเราไม่ใช่นักเขียนเพลง การที่เราจะเป็นคนเขียน เราต้องศึกษามันด้วย ครูพักลักจำบ้าง สังเกตบ้าง
มันก็เลยต้องใช้เวลานานในการเขียน"

แต่เวลาก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ เพราะเขาสามารถต่อยอดวิธีสร้างสรรค์ภาษาแบบ POTATO ได้ด้วยตัวเองและเป็นตัวเองที่สุด

ภาษาเพลงแบบ POTATO
ฟองเบียร์ ในฐานะ Lyrics Producer ที่ดูแลคำร้องพูดถึงภาษาเพลงแบบ POTATO ว่า เป็นภาษาพุดที่มีอยู่ในพจนานุกรม ไม่ใช่คำที่สร้างขึ้นมาใหม่ให้คนคิดตาม เป็นภาษาใกล้ตัวที่ใช้กันในชีวิตจริง เพียงแต่อาจจะไม่ค่อยได้เอามาใช้ในภาษาเพลงเท่านั้น แต่เมื่อเขียนออกมาแล้วคนฟังก็รู้ว่านี่คือ POTATO นอกจากนี้ฟองเบียร์ยังพูดถึงการเขียนเพลงของปั๊บว่า

"ปั๊บเองก็มีความเป็นคนเขียนเพลงอยู่ในตัว สามารถหยิบเอาประสบการณ์ ความรู้สึก อารมณ์ต่างๆเล่าออกมาเป็นภาษาเพลงได้ คือเขามีทั้งทักษะและก็ Sense ในการเขียนเพลง และยิ่งเป็นคนร้องเพลงเองด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เขาถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีเป็นธรรมชาติ"

 

 
     
  Smell (กลิ่น : หลากสไตล์หลายกลิ่นดนตรีของ POTATO)    
     
  ขั้นตอนที่ POTATO มีส่วนร่วมมากที่สุดในอัลบั้ม คือการอัดเสียงและเรียบเรียงดนตรีอัลบั้ม SENSE

อัดเสียง
โดยการอัดดนตรีสดทุกชิ้นด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้เห็นว่าฝีมือของพวกเขาก้าวหน้าขึ้นมาก จากที่เคยต้องใช้เวลานานในการอัดเสียงแต่ละเพลงในอัลบั้มก่อนหน้า ครั้งนี้พวกเขาใช้เวลาน้อยลงแต่ยังคงคุณภาพของงานไว้ครบถ้วน ซึ่งการันตีได้จากเพลงที่เข้มข้น หนักแน่น แข็งแรงขึ้นในเพลงเร็ว และกระแทกใจ-จับความรู้สึกได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในเพลงช้า และพลาดไม่ได้กับ Hidden Track งาน "ซัดสุดฝีมือ" ที่พวกเขาเล่นสดพร้อมกัน อัดเสียงสดแล้วใช้เป็น Master โดยไม่มีการ Edit หรือแต่งเสียงเลย เรียกได้ว่าเป็น "เพลงดิบ" ซึ่งอยากให้คอดนตรีลองพิสูจน์ว่าพวกเขา "ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว"

นอกจากนี้ เพลงที่มีเสียงของเครื่องสาย Orchestra อย่างไวโอลิน วิโอลา ก็ได้นักดนตรีจากวง BSO มาร่วมอัดเสียงด้วยเครื่องดนตรีจริงทั้งหมด

ในส่วนของการอัดเสียงร้อง ฟองเบียร์ เล่าว่าอัลบั้มนี้ปั๊บร้องเก่งขึ้น เพราะอัลบั้มที่แล้วมีคอนเสิร์ตเยอะมาก ทำให้ปั๊บได้ฝึกร้อง และเรียนรู้เทคนิคการร้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าร้องอย่างไรถึงจะเอาอยู่ แล้วก็เอาเทคนิค
เหล่านั้นมาใช้ในอัลบั้มนี้ ทำให้เพลงฟัง Smooth ขึ้น และใช้เวลาในการอัดร้องแต่ละเพลงน้อยลงด้วย

เรียบเรียง
ในส่วนการเรียบเรียงดนตรี Potato ยังยืนอยู่บนฐานของแนวเพลง Pop Rock แต่เพิ่มเติมดนตรีสไตล์อื่นๆ เข้ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของดนตรีแบบ Funky / Jungle / Disco / Acoustic หรือแม้แต่ Soul เรียกว่าได้ใช้ความรู้ทางดนตรี และประสบการณ์ทั้งหมด สร้างสรรค์ออกมาเป็นงานเพลงที่ฟังใหม่-หลากหลายขึ้น โดยมีสมาชิกทั้ง 4 ร่วมกันคิดและตัดสินใจ

"จากอัลบั้มก่อนหน้านี้ที่เคยบอกว่าเราพอใจ 85% มาถึงอัลบั้มนี้ เราคิดกันว่าต้องทำให้เป็น 100% ให้ได้ เหมือนหัดขี่จักรยาน ถ้าใส่ล้อประคองก็ขี่ไม่ได้ซักที ถ้าจะล้มต้องล้มด้วยตัวเอง จะได้รู้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้ฟังจากอัลบั้มนี้ทั้งหมดเราตั้งใจ จงใจให้มันเป็นแบบนั้น"

 

 
     
    Hearing (เสียง : เปิดโสต ฟัง Sense)  
     
  บันไดเสียง :: คำร้อง ฟองเบียร์ ทำนอง ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม เรียบเรียง Potato
เพลงให้กำลังใจคนทุกคนที่พบเจออุปสรรคในชีวิต ซึ่ง Potato เองก็เคยผ่านจุดนั้นมาก่อน เปลี่ยนอุปสรรค ความยากลำบาก และคำตำหนิเป็นแรงผลักดันให้ปีนขึ้นไปสู่จุดหมายข้างบน ภาคดนตรีมีการจัดสรร movement ของเพลงให้มีทั้งช้าและเร็ว ให้ความรู้สึกเร่งเร้าฟังฮึกเหิมมีพลัง.. พร้อมจะไต่บันไดความฝันไปกับพวกเขาแล้ว..ใช่ไหม !?!

เพียงพอ :: คำร้อง ฟองเบียร์ ทำนอง ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม เรียบเรียง Potato
พอเพียง - คำง่ายๆ ที่ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต แม้แต่ความรัก ในภาคดนตรี Potato ปลุกความรู้สึกให้คึกคักกับเพลงจังหวะสนุกๆ สไตล์ Jungle ผสมความเป็น Disco ที่พวกเขาทำดนตรีกันเอง แค่ขึ้นต้นก็เห็นภาพความสด สนุกบนเวทีคอนเสิร์ตได้เลยทีเดียว

คนกลาง :: คำร้อง ฟองเบียร์ ทำนอง ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม เรียบเรียง NY-Q
เพลงช้าเพราะจัดที่กำลังโดนใจ ส่วนดนตรีที่ตั้งโจทย์ไว้ว่าอยากให้ฟังดิบ-สาก เลยยกอุปกรณ์อัดเสียงทั้งหมด ไปอัดเสียงเครื่องดนตรีในห้องซ้อม ด้านเนื้อหา คมสมแบรนด์ Potato แท้ๆ อารมณ์แบบจิ๊กโก๋หน่อยๆ ในมุมหนึ่งเหมือนคนที่เข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่ทุกวันนี้คนเราเพิกเฉยกับอะไรที่มันไม่ถูกมากไปหน่อย ถ้าเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ควรทำเฉยๆ หรือมองข้ามไป ปั๊บร้องด้วยความเข้าใจความรู้สึกที่เป็น "คนกลาง" เลยถ่ายทอดได้ชัดเจน ตรงใจ

ปล่อย :: คำร้อง ปั๊บ Potato ทำนอง ฟองเบียร์ เรียบเรียง Potato
คอนเซปต์เพลงที่มาจากปั๊บกับบ๋อม พูดถึงความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย เธอจะเจ็บมาจากไหนก็พักก่อน แต่อย่าเพิ่งปิดใจ เพราะฉันคนนี้จะดูแลความรักของเธอเอง ภาคดนตรีหนักแน่น ตั้งใจให้ฟังจริงจัง เหมือนกำลังปลุกปลอบให้ใครคนหนึ่งให้เปิดใจและเชื่อมั่นในตัวเรา

เข้าทาง :: คำร้อง ปั๊บ Potato ทำนอง Potato เรียบเรียง Potato
เป็นครั้งแรกที่ปั๊บจับปากกาเขียนเพลงช้า ซึ่งแม้จะไม่ใช่แนวถนัด และต้องใช้เวลาในการเพาะบ่มอารมณ์ ความรู้สึกพอสมควร แต่ก็คุ้มค่าการรอคอยเพราะในที่สุดก็ออกมาเป็นเนื้อเพลงที่ร้องติดปากได้ไม่ยาก กับเรื่องราวที่เข้าทางคนอกหัก ซึ่งปั๊บเขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง-เธอขอให้ฉันอยู่ห่างๆ เพื่อปรับตัว แต่ความจริงเธอกลับไปอยู่กับคนอื่น- ส่วนดนตรีแต่งจากห้องซ้อมเริ่มจากกีตาร์โปร่งที่เล่นท่อนสั้นๆ แล้วเพิ่มเติมออกมาจนเป็นเพลงน่าฟังอีกเพลงในอัลบั้ม

ฟังความข้างเดียว :: คำร้อง ฟองเบียร์ ทำนอง ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม เรียบเรียง โอเล่ เมดูซ่า
ดนตรีเพลงนี้ตั้งใจดีไซน์ให้ฟังเรียบง่าย ฟังดิบๆ โดยใช้กีตาร์โปร่งฟังเหงาๆ เข้ากับอารมณ์ของคนที่อยากอยู่คนเดียว แต่ดีไซน์การร้องให้ออกมาเหมือนกำลังแผดเสียงตะโกน แต่ตะโกนไม่ออก ปั๊บร้องด้วยความรู้สึกว่ากำลังถูกสังคมประณาม เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของคนทั่วไป เคยไหม-กลายเป็นจำเลยเพราะใครต่อใครฟังความข้างเดียว

นี่แหละ...ความเสียใจ :: คำร้อง ฟองเบียร์ ทำนอง ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม เรียบเรียง แชมป์ จุลภมรศรี
น้ำตาอาจเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความเสียใจ แต่อย่าใช้ให้มันเปลืองนัก ร้องไห้เพราะเจ็บจริง เสียน้ำตาให้กับสิ่งที่มีคุณค่าพอดีกว่า ส่วนดนตรีพิเศษด้วยวงเครื่องสายจาก BSO ที่เล่นสด อัดเสียงจริง ช่วยส่งให้เพลงมีมิติความลึกของอารมณ์มากขึ้น จนทำให้ปั๊บเกือบจะร้องไห้ตาม

ห้ามใจไม่ไหว :: คำร้อง ปั๊บ Potato ทำนอง ฟองเบียร์ เรียบเรียง Potato
โดดไปกับเพลงจังหวะมันๆ อารมณ์ร้อนแรงแบบวัยรุ่น เวลาเจอคนถูกใจ เหตุผลอะไรก็เอาไม่อยู่ รู้แต่ว่าใช่ก็ยกให้ทั้งใจไปเลย มันเป็น Sense!!

Night Life :: คำร้อง ปั๊บ Potato ทำนอง Potato เรียบเรียง Potato
ถ้าเพลงห้ามใจไม่ไหวคือการบอกเล่าความรู้สึกที่ได้เจอคนถูกใจ เพลง Night Life ก็คือสถานการณ์และบรรยากาศที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น ภาษากับอารมณ์ชวนให้พลิ้วไปกับบรรยากาศของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟ ดนตรีใช้ทางคอร์ดที่ซับซ้อน มีชั้นเชิง ในสไตล์ Soul ผสมกับ Funky ที่ Potato ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เพลงนี้มีสีสันแปลกใหม่น่าฟัง

ถ้าพรุ่งนี้ฉันทำไม่ได้ :: คำร้อง ฟองเบียร์ ทำนอง วิน Potato เรียบเรียง โอเล่ เมดูซ่า
วินถอดความเป็นคนสบายๆ ของเขาใส่ลงในทำนองเพลงที่แต่งเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ไม่หนักไม่เบาแต่ฟังสบาย เรื่องราวของคน "เกือบดี" ที่กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะไปให้ถึงดวงดาว พร้อมคำขอร้องครั้งสุดท้าย อย่าเพิ่งปล่อยมือกัน ถ้าพรุ่งนี้ฉันทำไม่ได้ก็จะยอมให้เธอจากไปโดยดี

ชีวิตที่ขาดเธอ :: คำร้อง ฟองเบียร์ ทำนอง/เรียบเรียง OT: I'm a fool for you
เพลงจากละครเกาหลี "เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา" เป็น Track พิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาในอัลบั้มให้เป็นกำไรกับคนฟัง

 

 
     
  Touch (สัมผัส : ตัวตนที่สัมผัสได้จริง ของ Potato)    
     
  เอ่ยชื่อ Potato หลายคนอาจนึกภาพของผู้ชาย 4 คน ที่ร้องเพลงเล่นดนตรีด้วยกัน ในฐานะวงที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางดนตรี แต่ที่จริงแล้วสิ่งสำคัญสำหรับพวกเขาคือ ความเป็นเพื่อน คนที่มาเจอกัน ณ ที่แห่งหนึ่ง แล้วกอดคอกันเดินผ่านช่วงเวลาหลากหลายรสชาติ ทำให้พวกเขาผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นในงาน ซึ่งปั๊บยืนยันว่า

" งานของเรา เราทำให้มันสื่ออารมณ์ ไม่ได้คิดว่าจะต้องให้เนื้อเพลงเด่นเกินอย่างอื่นก็เหมือนการประกอบร่าง เราไม่ได้ต้องการมีตัวสีแดงเป็นพระเอกยืนอยู่ตรงกลาง แต่นี่คือหุ่นยนต์ที่รวมร่างเป็นตัวเดียว .. Potato คือ 4 คน ปั๊บ Potato ไม่มีตัวตน .. มีแต่ Potato "

มากกว่านั้น พลังความรู้สึกเหล่านั้น ได้ถ่ายทอดไปสู่แฟนเพลงของพวกเขาด้วย จากทัวร์คอนเสิร์ตกว่า 200 ทัวร์ เป็น 300 ทัวร์ จนเพิ่มขึ้นเป็น 600 ทัวร์คอนเสิร์ต ยิ่งมากขึ้นความผูกพันก็ยิ่งเหนียวแน่น และยิ่งทำให้มั่นใจว่าแฟนเพลงคือส่วนหนึ่งของความเป็น Potato ที่ขาดกันไม่ได้ เหมือนที่ปั๊บพูดถึงงานเพลงและแฟนเพลงของพวกเขาว่า

" เพลงของ Potato เป็นเพลงที่คนฟังมีส่วนร่วม เป็นพลังจากของเราและของคนฟัง 50-50 พลังมันส่งต่อกันไปมา เรารู้สึกว่าอยากให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น อยากให้เขามีส่วนร่วมด้วย แล้วก็อยากให้เขาฟังแล้วมีความสุข "

ด้วยใจ ด้วยความรู้สึกทั้งหมดนี้ของพวกเขา คนฟังจึงสามารถสัมผัสได้ถึงความสนุก อารมณ์สุดเหวี่ยง กระโดดสุดตัว ซึ้งสุดใจ และอีกมากมายหลายความรู้สึกจากเพลงและจากทุกเวทีคอนเสิร์ตของพวกเขา Potato


:
: อิสระทางดนตรีที่ใช้ความรู้สึกบงการ ::

 

 
 

 

 
         
 

Copyright © 2001-2007  Po-ta-to.com  All Right Reserved. Best view on : IE6.0+ , Resolution 1024 x 768 , Text size : Medium
 Created & Designed by Looknam  < E-mail : looknam1611@hotmail.com >